ตะลุยเที่ยวพาราณสี อินเดีย 4 วัน 3 คืน เมืองดิบๆ ที่มีเสน่ห์

พาราณสี (Varanasi) ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้ไปเมืองนี้ และที่สำคัญนี่คือการไปทริปอินเดียครั้งแรก ของสมาชิกทริปนี้ ทั้งหมด 5 คนครับ เดินทางช่วง 25-28 พฤศจิกายน 2562

เป็นอีกทริปที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากๆ สำหรับการเดินทางไปเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย
เมืองดิบๆ ที่มีเสน่ห์มาก ได้ยินมานานแม่น้ำคงคาที่เค้าเอาศพลอยน้ำ อยากรู้จริงๆ ว่าปัจจุบันนี้ยังมีอยู่ไหม เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ด ในความเชื่อของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน พาราณสียังเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในหลายด้านอีกด้วย และยังเป็นเมืองที่ไม่เคยร้างผู้คนเลยมากว่า 4000 ปี ก็คือตลอด 4000 ปี นี้มีคนอยู่ตลอดนั่นเองเก่าแก่มากๆ เลยนะ

👉 พวกเราไปเที่ยวกันเอง วางแผนทริปเองทุกอย่าง สำหรับเมืองนี้ก็สามารถเดินทางมาเที่ยวเองได้สบายๆ อยากรู้ว่าเที่ยวยังไง เดินทางยังไง พักที่ไหน ไปติดตามอ่านรีวิวพร้อมๆ กันเลยครับ

ก่อนจะเริ่มอ่านรีวิว มาอ่านประวัติเมือง พาราณสี คร่าวๆ กันก่อนครับ

พาราณสี (VARANASI) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี (Kingdom of Kashi) ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองศักดิสิทธิ์ ในความเชื่อของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน
     พาราณสีมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอินเดียและยังจัดเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วย
     พาราณสียังเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในหลายด้าน โดยมีอาณาเขตครอบคลุมถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ อันเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองพาราณส
👉***ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

การเตรียมตัว และข้อแนะนำก่อนเดินทาง

1.การขอวีซ่า ขอแบบออนไลน์ได้ง่ายๆ มีแบบ 3 เดือน 1 ปี และ 5 ปี ใช้เวลาพิจรณาประมาณ 3 วันทำการ ดูรายละเอียดและขั้นตอนการกรอกได้ตามนี้เลย >>คลิก<<
***ต้อง Print Visa ใส่กระดาษไปด้วยในวันเดินทาง
2.ประกันการเดินทาง จำเป็นมาก เค้าไม่ได้บังคับ แต่แนะนำว่า ***ต้องทำ เพราะการจราจรค่อนข้างวุ่นวาย และอาจจะเจ็บป่วยได้ทั้งจากอากาศ และอาหาร
3.เตรียมอาหารจากไทยไปด้วย เช่นอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋องต่างๆ จริงๆ อาหารอินเดียกินได้และอร่อยนะ แต่เราไม่สามารถทานแบบนั้นได้ทั้ง 3 มื้อหรือทุกวันได้
4.ทิชชู่ และ ทิชชู่เปียก ผู้หญิงควรพกไปไว้ใช้ ค่อนข้างจำเป็น
5.Mask ปิดปาก จำเป็นมาก ทั้งป้องกันฝุ่นและกลิ่น ในบางสถานที่
6.ยาสามัญประจำบ้าน เน้นหนักไปที่โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร เช่นหวัด แพ้อากาศ อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย เป็นต้น
7.การแต่งตัวควรรัดกุม ผู้หญิงไม่ใส่โป้

8.ค่าเงิน 100 INR(รูปี) = ประมาณ 43 บาท สามารถแลกจากไทยไปได้เลย เมืองนี้ใช้เงินสดเป็นหลัก

9.เวลาที่อินเดีย ช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง

👉คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ ไม่ได้บอกว่าให้กลัวหรือกังวลนะครับ แต่ต้องเตรียมไปให้พร้อม เพราะจะทำให้การเที่ยวได้สะดวกต่อเรามากขึ้น

แผนการท่องเที่ยว 4 วัน 3 คืน

♦️25 Nov 2019
-16.20 ถึงสนามบิน VNS บินตรง Thai Smile
-17.30 รถรับไปที่พัก (จองรถไว้กับ Traveloka)
-18.40 เช็คอินเข้าโรงแรม Wander Station Varanasi
หามื้อค่ำกิน พักผ่อน
♦️26 Nov 2019
– วัดวิศวนาถใหม่ (New Vishwanatha Temple)
– ป้อมรัมนาการ์ (Ramnagar Fort)
– ล่องเรือ ชมบรรยากาศแม่น้ำคงคา
– ท่าเผาศพ มณิกรรณิการ์ ฆาต (Manikarnika Ghat)
– ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat)ประกอบพิธี บูชาไฟ
♦️27 Nov 2019
-ชมวิถีชีวิตยามเช้าที่แม่น้ำคงคา หรือล่องเรือยามเช้า
*เมือง สารนาถ(Sarnath)
-Mulagandha Kuti Vihara
-The Thai Temple
-Dhammek Stupa
♦️28 Nov 2019
เตรียมตัวเดินทางไป AMD
-10.00 รถรับจากที่พักไปสนามบิน (จองรถไว้กับ Traveloka)
-13.30 บินไป AMD

👉จะเห็นว่าทริปนี้เราเที่ยวเต็มๆ แค่ 2 วันครับ เมืองนี้จริงๆ แค่ 3 วัน 2 คืน ก็ได้ ถ้าใครมีเวลาไม่เยอะ ส่วนใหญ่คนมาอินเดียก็จะเก็บเมืองอื่นๆ รอบข้างด้วย เช่นเมืองคยา

กฎเหล็ก 5 ข้อ ที่ต้องรู้ก่อนลงมือเที่ยว พาราณสี

อ่านแล้วรับรองว่า ทริปนี้รู้ทัน 😀😀 ไม่โดนหลอกแน่นอน เพราะพวกเราก็ไม่โดน 555

1.ท่าน้ำที่มีการเผาศพ “พิธีเผาศพ” ห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด
เพราะจะถือเป็นการไม่เคารพศพ อย่างรุ่นแรง
***ระวังแก๊งต้มตุ๋น ที่ท่าน้ำเผาศพด้วย เช่นเค้าจะบอกว่าจะพาเราไปชมจุดที่ดีกว่า ตามเค้ามาซิ ซึ่งจริงๆ แล้วเค้าอาจจะพาเราไปปล้น อย่าตามไปเด็ดขาด

2.หลักเลี่ยงร้านค้า ที่ “รถรับจ้าง” หรือ “ไกด์” พาไป เพราะเราอาจจะต้องจ่ายค่านายหน้าโง่ๆ เพิ่มจากราคาสินค้าปกติ ราว 40-60% จงหาร้านเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง หรือถ้าหากจะจ้างรถ ก็ให้เค้าไปส่งจุดที่ใกล้ๆ แล้วเราเดินย้อนมา

3.จงระวัง…”ชื่อปลอม” ร้านค้าในเมืองพาราณสี ร้านไหนที่ดังๆ ก็มักจะมีคนตั้งชื่อร้านคล้ายๆ กัน หรือที่ร้ายกว่านั้นคือตั้งเหมือนกันเลย

4.ก่อนนั่งเรือ หรือรถรับจ้าง ให้ตกลงราคากันให้ดี ว่าเป็นราคาต่อคน หรือราคารวม แล้วหน่วยเงินเป็นอะไร เพราะไม่งั้นจาก 100 ที่เราคิดว่า 100 รูปี อาจจะเป็น 100 ยูโร หรือดอลล่าก็ได้

5.ระวัง “ไกด์ผี” คือพยายามอย่าจ้างไกด์ที่ไม่ได้รับอนุญาติ เพราะแทนที่คุณจะได้ไปเดินเที่ยวดูเมือง ไกด์ผีอาจจะพาคุณเข้าแต่ร้านเพื่อซื้อของ

***ข้อมูลจากรายการ หนังพาไป

👉เอาจริงๆ คือคนท้องถิ่นจริงๆ น่ารักกับนักท่องเที่ยวมาก แต่แน่นอนว่า ทุกเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก ล้วนมีกลุ่มคนที่หากินกับนักท่องเที่ยว บอกและอ่านไว้เพื่อให้รู้ทัน ไม่ได้ต้องการให้กลัว

การเดินทางไป พาราณสี (Varanasi)

ตอนนี้ สายการบินไทยสไมล์ ✈ เปิดบินตรง จากกรุงเทพ สุวรรณภูมิ – พาราณสี แล้ว บิน 3 เที่ยวบิน / สัปดาห์ (ทุกวัน จันทร์ พฤหัส และเสาร์)

สายการบินไทยสไมล์ ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส ก็คือ ราคาตั๋วที่เราจ่ายไป จะรวมบริการอาหาร เครื่องดื่ม เลือกที่นั่ง และได้น้ำหนักกระเป๋าโหลด ถึง 30 กิโล ถือขึ้นเครื่องได้อีก 7 กิโล ไปจองตั๋วบินไป พาราณสี และเส้นทางอื่นๆ ได้เลยที่ www.thaismileair.com

♦️รายละเอียดไฟล์ท
ขาไป WE355 BKK 14.10 – VNS 16.20
ขากลับ WE356 VNS 17.20 – BKK 22.25

เช็คอินได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิชั้น 4 ขาออกระหว่างประเทศ
บินด้วยเครื่อง A320 ที่นั่งแบบ 3 3 ชอบตรงเบาะที่นั่งมีพนักพิงหัวที่สามารถปรับได้ และเบาะก็กว้างนั่งสบาย
โดยจากกรุงเทพ – พาราณสี ใช้เวลาบินประมาณ 3.30 ชั่วโมง จะมีเสิร์ฟ อาหารร้อน บนเครื่อง 1 มื้อ สำหรับเครื่องดื่มสามารถเรียกทานได้ตลอดไฟล์ท
มีสองเมนูให้เลือกครับ ผัดพริกแกงไก่ และพาสต้าทะเล
มาถึง สนามบินพาราณสี แล้ว

การเดินทางจากสนามบิน เข้าเมือง

ชื่อเต็มสนามบินพาราณสี คือ Lal Bahadur Shastri International Airport อยู่ห่างจาก จากตัวเมืองเก่าพาราณสี ประมาณ 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ

👉และด้วยความที่เราไม่อยากปวดหัวกับการมาต่อรองราคารถแท๊กซี่ที่สนามบิน เราก็เลยใช้บริการจองรถ Airport Transfer จาก Traveloka เพื่อให้ไปส่งที่พัก ราคา 1200 บาท หาร 5 คน ก็ถือว่าไม่แพง เน้นสะดวกไว้ก่อน

บริการรถรับส่งสนามบินกับ Traveloka โดยเราสามารถเข้าไปจองในแอพหรือเว็บไซต์ Traveloka ได้เลย ในลิ้งค์นี้ https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer ซึ่งวิธีจองก็ง่ายๆเหมือนที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ใส่สนามบิน และจุดหมายปลายทางว่าอยากให้ไปส่งที่โรงแรมหรือที่ไหนก็ได้ เลือกรถ ถ้าถูกใจแล้วก็กดจอง ใส่เลขไฟลท์เค้าจะได้มารับเราถูกเวลา หรือถ้าขี้เกียจหรอกก็กดจองพร้อมกับซื้อตั๋วเลย มันจะ Auto fill ให้หมด



ข้อแนะนำและการเลือกทีพักในพาราณสี

ทริปนี้เลือกพักที่ Wander Station Varanasi เพราะอยู่ใกล้ท่าน้ำที่เที่ยว มีห้องที่เหมาะกับกรุ๊ปเรา มีร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของที่พัก อร่อยด้วยนะ และได้คะแนนรีวิวค่อนข้างดี เป็นที่นิยมของนักเดินทางต่างชาติ ห้องมีให้เลือกหลายแบบนะ ทั้งห้องเดี่ยว และห้องรวม

💲โดยจองมา 2 ห้อง ราคาดังนี้
-ห้อง 2 คน 3056 บาท ราคารวม 3 คืน
-ห้อง 4 คน 3,545 บาท ราคารวม 3 คืน
***เหมาห้อง 4 คน แต่นอนจริง 3 คน

ข้อเสียของที่นี่คือ ไม่ติดถนนใหญ่ รถจึงเข้ามาไม่ได้ ต้องเดินเข้าที่พักประมาณ 500 เมตร ซึ่งทางค่อนข้างโหด ถ้าเดินโดยมีกระเป๋าลาก

♦️ข้อแนะนำในการเลือกที่พักก็คือ
1.ให้เลือกที่พักในเขตเมืองเก่า เพราะจะได้เดินเที่ยวได้
2.หากมีกระเป๋าลาก หรือของเยอะ แนะนำเลือกโรงแรมติดถนนใหญ่ที่รถเข้าไปส่งได้

เริ่มต้นเที่ยวกันดีกว่า

หลังจากที่วันแรก เรามาถึงก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนครับ เข้าที่พักและก็ทานอาหาร ที่ร้านของที่พักเลย😀😀เช้านี้ก็ตื่นมาทานมื้อเช้า บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม แล้วค่อยออกไปเที่ยว

ตอนเช้าหมอกลงจัดมาก มองไม่เห็นแม่น้ำคงคาเลย(เราพักอยู่ติดๆ แม่น้ำคงคา)

การเดินทางในพาราณสี

ด้วยความที่สถานที่เที่ยวในเมืองพาราณสี ไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก จึงอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมารถเที่ยวทั้งวัน อาจจะเรียกรถเป็นรายเที่ยวเอาก็ได้ 🚗การเที่ยวในเมืองพาราณสี ก็สามารถทั้งเดินเที่ยว ล่องเรือ รถยนต์ หรือ รถสามล้อก็ได้ ผสมๆ กันไป

♦️Uber สามารถใช้ได้ แต่อาจจะมีรถไม่เยอะ และข้อจำกัดคืออาจจะไม่สามารถไปตามซอยหรือถนนเล็กๆ ได้

♦️รถสามล้อ สะดวก คล่องตัวแต่ต้องคุยราคากันให้ชัวร์ ถ้าราคาต่อเที่ยว รัศมีไม่เกิน 10 กิโล ราคาต้องไม่เกิน 200-400 รูปี/เที่ยว อ้างอิงจากราคาที่กรุ๊ปเราเรียก รถนั่งได้ 5 คนเลย ซึ่งจริงๆ ถ้าเรียก Uber ได้จะถูกกว่านั้น

♦️ล่องเรือ เราสามารถใช้เรือในการโดยสารได้ เพราะเมืองนี้มีแม่น้ำคงคา สถานที่เที่ยวไหนที่เที่ยวติดท่าน้ำ เราก็นั่งไปได้ ราคาเรือเหมาต่อเที่ยวก็จะประมาณ 500-2000 รูปี ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดเรือด้วย

♦️การเดินเที่ยว จริงๆ สะดวกสุดละครับ หลักๆ แล้วก็เดินเที่ยวได้ มีบางที่เท่านั้นเองที่เราเรียกรถ

♦️เหมารถยนต์ วันไหนที่ต้องออกไปเมืองสารนาท เช่ารถก็สะดวก เราให้ที่พักติดต่อให้ 2000 รูปี นั่งได้ 5 คน

วัดวิศวนาถใหม่ (New Vishwanatha Temple)

สถานที่เที่ยว ที่แรกของเรา มาที่วัดก่อนเลย ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยบาณารัส ฮินดู เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้บูชาพระวิศวะ

เข้ามาด้านในบริเวณวัดต้องถอดรองเท้านะครับ เข้าไปในอาคารตรงจุดที่บูชา จะห้ามถ่ายภาพและ คลิป
สามารถซื้อดอกไม้ ไปไหว้ได้ ในราคา 100 รูปี ก็จะได้เป็นเซ็ตใหญ่จัดเต็ม

📍ข้อมูลเพิ่มเติม
โคอุสุภราชในความเชื่อของชาวฮินดูไม่เพียงแต่เป็นสัตว์พาหนะตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังได้รับการบูชาดุจดั่งเทพเจ้าองค์หนึ่ง ดังนั้น โคหรือวัวสำหรับชาวฮินดูจึงถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ชาวฮินดูจึงไม่ฆ่าโคและกินเนื้อวัว ในพิธีการมงคลแบบฮินดู พราหมณ์จะนำมูลโคมาเจิมหน้าผาก ถือว่าเป็นมงคลประการที่ 7 และในวิหารบูชาพระศิวะมักมีรูปปั้นโคอุสุภราชนี้ประดิษฐานที่กลางวิหารด้วย ด้วยถือว่าเป็นสัญลักษณ์หนึ่งขององค์พระศิวะ

***ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

เราสังเกตุเห็นว่าคนอินเดียมาไหว้ และขอพรโดยการพูดข้างหูโคอุสุภราช กันเยอะมาก เราจึงขอลองไหว้และขอพรบ้าง

ป้อมรัมนาการ์ (Ramnagar Fort)

มาต่อสถานที่ต่อมา ป้อมรัมนาการ์ ตั้งอยู่ติดแม่น้ำคงคาเลย นั่งเรือมาก็ได้นะครับ

♦️เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
♦️ค่าเข้าชม 300 รูปีคนต่างชาติ 25 รูปีสำหรับคนอินเดียและไทย

นักท่องเที่ยวจะได้รับความสนใจจากคนอินเดียมากๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้หญิง บางทีก็มาถ่ายรูปกับเรา โดยใช้กล้องเราถ่าย เอ๊ะ ยังไง 555
ป้อมประกอบไปด้วยหอคอยสังเกตุการณ์ ลานรวมพล ห้องโถงดูบาร์ ซึ่งเคยเป็นท้องพระโรงของกษัตริย์อินเดียในอดีต และมีวัดตั้งอยู่ถึงสองวัดคือวัดวิษณุและวัดวยาสะ กาสี นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ
พิพิธภัณฑ์ป้อมรัมนาการ์ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณของอินเดียที่น่าสนใจ
ด้านในมีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายจุด โดยเฉพาะประตูทางเข้าด้านใน ดูเป็นอินเดียมาก ก็อยู่อินเดีย 555
ตรงข้ามทางเข้าป้อม ก็จะมีร้านอาหารร้านหนึงที่ พอฝากท้องไว้ได้ อร่อยๆ สไตล์อินเดีย มีหลายเมนูครับ 

ล่องเรือชมบรรยากาศ แม่น้ำคงคา

นี่เป็นไฮไลท์ และกิจกรรมที่เราชอบที่สุด ชอบมากของทริปนี้ กับการล่องเรือชมบรรยากาศ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

ซึ่งจุดที่เราขึ้น เรามาขึ้นที่ท่าเรือตรงป้อมรัมนาการ์ จากจุดที่เราเที่ยวก่อนหน้าเลย ตอนแรกเราจะนั่งเพื่อให้ไปส่งท่าเรือแถวๆ ที่พัก เพราะเราไม่อยากนั่งรถ รถมันติดและน่าจะนาน จึงลองมาถามเรือดู

เราต่อราคาเรือจาก 2000 รูปีได้เหลือ 1300 รูปี เรือที่ได้เป็นเรือขนาดกลาง
นั่งได้ประมาณ 20-30 คนเลย 😀😀
แต่สุดท้ายก็จ่ายเค้าไป 1500 รูปีนะ เพราะเราประทับใจมาก คือคนเรือเค้าน่ารัก เราอยากไปไหนแวะตรงไหนเค้kก็ตามใจหมด อำนวยความสะดวกต่อการถ่ายรูปเต็มที่ ก็เลยให้ทิปเพิ่มไป
*** ราคาเรือเหมาต่อเที่ยวก็จะประมาณ 500-2000 รูปี ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดเรือด้วย
ช่วงที่เหมาะสำหรับล่องเรือคือช่วงเย็น และช่วงเช้าช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ใครมีเวลาแนะนำล่องเรือได้ทั้ง 2 ช่วงเลยจะได้เห็นบรรยากาศที่สวยแตกต่างกัน 😀😀
เรือก็จะพาเราไปไกลๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำหลักๆเพื่อถ่ายรูป
ระหว่างล่องเรือจะมีคนพายเรือ เอาอาหารนกมาขาย ก็เลยกลายเป็นอีก 1 กิจกรรม ที่เพิ่มบรรยากาศความประทับ
ใจสำหรับการล่องเรือวันนี้
ตรงนี้จะเป็นท่าเผาศพ มณิกรรณิการ์ ฆาต (Manikarnika Ghat) ก็ได้เห็นบรรยากาศการเผาจริงๆ เห็นเค้าเอาศพมานอนริมน้ำ และทำพิธี แต่เห็นจากมุมไกลๆ นะ
📍ถ้าใครไปชมจากริมฝั่งตรงท่าเรือ ห้ามถ่ายรูปนะครับ แต่ถ้าล่องเรืออยู่ไกลๆ เรือบอกว่าถ่ายได้
สองหนุ่มคนเรือที่ทำให้การล่องเรือวันนี้ของเราประทับใจมาก อยากถ่ายรูปตรงไหน อำนวยความสะดวกเต็มที่
หลังจากเราล่องเรือจนพอใจประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เราก็มาขึ้นฝั่งแถวๆ ท่าเรือที่เค้าจะมีทำพิธีบูชาไฟ ช่วงค่ำ
ไปแวะหามื้อเย็นก่อน แถวริมฝั่งแม่น้ำก็จะมีร้านอาหารให้เลือกหลายร้านอยู่ครับ

พิธีบูชาไฟหรือพิธีอารตี ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat) ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต เป็นท่าน้ำที่ใหญ่ที่สุด

เป็นพิธี ที่พอไปร่วมดูอยู่ในพิธีจริงคือรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ

♦️จัดขึ้นทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.45 น.
***แต่ในฤดูอาจจะต่างกัน พอเริ่มมือก็ไปรอแถวท่าน้ำได้เลยครับ

จะมีการลอยกระทงไฟเล็ก เพื่อบูชาแม่น้ำคงคา
หลังท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat) ที่จัดพิธี จะมีร้านโรตีบ้านๆ ร้านหนึงซึ่งน่าจะดังพอสมควร ทั้งนักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่น ต่อคิวรอซื้อเยอะเลย 😀😀
ผลไม้ที่อินเดีย ราคาไม่แพงเลย และยังใช้วิธีการชั่งแบบสมัยโบราณอยู่

เที่ยววันที่ 3

วันนี้เราตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า เพื่อมาดูบรรยากาศวิถีชีวิตคนอินเดีย ที่ท่าน้ำในช่วงเช้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งห้ามพลาดเลย เพราะเราจะได้เห็นวิถีชีวิตที่เราอาจจะไม่เคยเห็น ทั้งคนที่มาเคารพแม่น้ำ คนมาอาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย บางคนก็เอาขวดมากรอกน้ำในแม่น้ำคงคากลับ เพราะเค้าถือว่าน้ำในแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์

บรรยากาศริมแม่น้ำคงคาในช่วงเช้า ซึ่งช่วงเช้าก็สามารถล่องเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นได้นะครับ บรรยากาศก็จะสวยคนละแบบกับช่วงเย็น
บรรยากาศช่วงเช้า คือพวกเราชอบมาก มันอารมณ์แบบชิลล์ๆ สงบๆ ยืนมองผู้คนเราใช้เวลาอยู่ตรงนี้กันพัก
ใหญ่เลย
สิ่งที่เรามองหาแถวท่าน้ำ คือเราอยากมาดูหมองู ซึ่งตอนแรกเราก็มองว่าไหน อยู่ไหนอะหมองู ซักพักเหมือนเค้าได้ยินที่คุยกันรึป่าว เค้าเปิดผ้าและก็มีงูออกมา😀😀
เราก็เลยเดินเข้าไปดู ถือว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจ และเสียงหัวเราะให้พวกเราได้มาทีเดียว
คนอินเดียก็มามองพวกเราและขำในความกลัวของพวกเรา แต่ก็อยากดู

เมือง สารนาถ(Sarnath)

เมืองนี้อยู่ใกล้ๆ กับพาราณสี ที่มีความสำคัญมาก ห้ามพลาดเลยทีเดียว

♦️ข้อมูล
สารนาถ เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 (1 ใน 4 แห่งของชาวพุทธ) หรือ แคว้นกาสี ชมพูทวีป ในสมัยพุทธกาลเหตุที่ได้ชื่อว่าสารนาถ เนื่องมาจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา เริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่พึ่งแก่มหาชนทั้งหลาย และบ้างก็ว่ามาจากศัพท์ว่า สารงฺค + นารถ = ที่อยู่ของสัตว์จำพวกกวาง[1] สารนาถยังรู้จักกันดีในชื่อ “อิสิปตนมฤคทายวัน” หรือ “ฤๅษีปัตนมฤคทายวัน” (บาลี: อิสิปตนมิคทายวน) แปลว่า ป่าอันยกให้แก่หมู่กวาง และเป็นที่ชุมนุมฤๅษี

***ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

เราเช่ารถมาเมืองนี้ ในราคา 2000 รูปี โดยให้ที่พักติดต่อให้โดยเค้าก็จะรอเราประมาณ 3-4 ชั่วโมงที่เมืองสารนาท จุดไหนที่ต้องเช่ารถไปก็สามารถเรียกได้ตลอด

สถานที่คือ Mulagandha Kuti Vihara
ไกด์ท้องถิ่น ตอนลงรถมาก็มีคนมาถามเลยว่าต้องการไกด์ไหม ราคา 300 รูปี ถูกมาก เราก็เลยตกลง ได้คุณลุงมาอธิบายดีมากเลยทีเดียว
มาถึงอีกสถานที่ๆ สำคัญของเมืองสารนาท นั่นคือธรรมเมกขสถูป

♦️ข้อมูล
ธรรมเมกขสถูป เป็นพุทธสถานขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด สันนิษฐานว่าบริเวณที่ตั้งของธรรมเมกขสถูป เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระสัจจธรรมเป็นครั้งแรกที่นี่ ด้วยเรื่องทางสายกลาง และอริยสัจสี่ หรือ ธัมมจักกัปปวัตนสูต และทำให้อัญญาโกณทัญญะดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาบันเป็นคนแรก แล้วทูลขอบวชเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา วันนั้นพระรัตนตรัยจึงครบสาม เกิดพระสงฆ์ขึ้นมา จึงเรียกว่าวันพระสงฆ์ หรือวันอาสาฬหบูชานั่นแหละ

***ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

ผู้คนที่มาที่นี่ ก็จะไปไหว้และเดินรอบธรรมเมกขสถูป 3 รอบ เพื่อไหว้ขอพร และความเป็นสิริมงคล
เราได้เจอกับสาวประเภทสองในอินเดีย ซึ่งก็รู้สึกว่าได้ความรู้เหมือนกันว่า เพศที่ 3 ในอินเดีย
ก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับอยู่นะ
อีกจุดคือวัดไทย ก็ได้รับความนิยมจากผู้คนและนักท่องเที่ยวมากๆ ภายในมีบรรยากาศร่มรื่น
คนอินเดียจะชอบนักท่องเที่ยวและเข้ามาขอถ่ายรูปกันเยอะตลอดเวลา เราเจอนักท่องเที่ยวฝรั่ง
บางคนคือไม่ให้ถ่ายละ เพราะเค้าน่าจะโดนขอถ่ายเยอะเกิน 555

สรุป สำหรับพาราณสี ก็เป็นอีกเมืองที่เที่ยวได้

เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ ถึงจะดูดิบๆ แต่ยังคงด้วยวิถีชีวิต และความศรัทธาของผู้คน

เมืองนี้เป็นเมืองแรก สำหรับการมาอินเดียของสมาชิกทริปนี้ ทั้งหมด 5 คน ทุกคนลงความเห็นกันว่า เมืองอาจจะดูไม่ค่อยสะดวกสบาย แต่เสน่ห์ล้นเหลือ ที่ทำให้พอกลับมาแล้วเรายังคิดถึงและพูดถึงอยู่😀

หลายคนอาจจะบอกว่าพาราณณีเป็นเมืองที่โหดลำดับต้นๆ ของอินเดีย แต่ไม่ต้องกลัว เตรียมตัวไปดีๆ ตามคำแนะนำช่วงแรกของรีวิว แค่นี้ก็เที่ยวได้สบายๆแล้ว

👉อินเดีย ต้องไปลองซักครั้ง
เราเที่ยวได้ คุณก็เที่ยวได้😀

จริงๆ เราบินต่อไปเที่ยวเมืองอาเมดาบัดต่อครับ เดี๋ยวเอวลิงค์รีวิวอาเมดาบัดมาเพิ่มให้นะครับ
แต่สำหรับใครที่จะบินกลับไทย ก็ได้เลย

สรุปค่าใช้จ่าย

-ค่าที่พัก 3056+3545 = 6601 บาท
-ค่ารถไปกลับสนามบิน 2400 บาท
-ค่าเข้าสถานที่ 125 รูปี
-ค่าอาหาร 510+1491+1630+450+1288+2100 = 7469 รูปี
-ค่ารถเที่ยว 700+2000 = 2700 รูปี
-ค่าไกด์เมืองสารนาท 500 รูปี
-ค่าล่องเรือ 1500 รูปี

รวมเงินรูปี 12294 รูปี คิดเป็น 5265 บาท
รวม 6601+2400+5265 = 14263 บาท / 5 คน

♦️ยอดต่อคน = 2852 บาท
***ราคาไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

อย่าลืมนะครับบินมาพาราณสีต้องบินมากับสายการบินไทยสไมล์

🚩 เปิดบินตรง จากกรุงเทพ สุวรรณภูมิ – พาราณสี แล้ว

✈บิน 3 เที่ยวบิน / สัปดาห์ (ทุกวัน จันทร์ พฤหัส และเสาร์)

♦️รายละเอียดไฟล์ท
ขาไป WE355 BKK 14.10 – VNS 16.20
ขากลับ WE356 VNS 17.20 – BKK 22.25

👉ไปจองตั๋วบินไป พาราณสี และเส้นทางอื่นๆ ได้เลยที่
www.thaismileair.com

Facebook Comments

Leave a Comment